ทำไมต้องเรียนดนตรี ?

หลักการและเหตุผล

ดนตรีเป็นสิ่งแวดล้อมที่มีบทบาทสำคัญและเป็นประโยชน์สำหรับการพัฒนาทางสติปัญญาของเด็กปฐมวัย การช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมให้มีความน่าสนใจ ทำให้เด็กเกิดความตื่นตัวในการเรียนรู้ อันส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาทางสติปัญญาเป็นอย่างดี ดนตรีจัดเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ขาดเสียมิได้ต่อการพัฒนาทางสติปัญญาโดยเฉพาะด้านสมาธิ เนื่องจากดนตรีช่วยทำให้เด็กเกิดสมาธิในการทำกิจกรรมและสามารถทำงานได้นานขึ้น

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อให้นักเรียนมีความชื่นชมและเข้าร่วมกิจกรรมด้านดนตรีได้อย่างมีความสุข
  2. เพื่อให้นักเรียนมีผลงานและชื่นชมผลงานด้านดนตรีของตนและของผู้อื่นด้วยความเต็มใจ

กระบวนการการเรียนการสอนตามหลักสูตร

  1. การเลียนแบบ โดยมีครูจะเป็นต้นแบบของนักเรียน ซึ่งเด็กเล็กๆ จะมีการเรียนรู้และแสดงออกจากการมองเห็นและทำตามสิ่งที่ชอบและสนุก
  2. การจดจํา จะใช้การรับรู้ผ่านการได้ยิน ได้ฟังเป็นประจำจนสามารถแยกแยะความแตกต่างของเสียงได้
  3. การเปล่งเสียงร้อง เป็นการทดสอบขั้นสุดท้ายว่านักเรียนมีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติได้ผ่านการร้องเพลงหรือการพูดคุย และเมื่อนักเรียนได้เกิดความรู้สึกตอบสนองต่อเสียงดนตรี แล้วคุณครูจึงเริ่มสู่การบรรเลงเครื่องดนตรี การสอนโน้ตตามจังหวะต่างๆ

การสอนดนตรี ตามหลักการของ Orff

ดนตรีเบื้องต้นตามแนวคิดของออร์ฟ ตั้งอยู่บนรากฐานของการปฏิบัติการสื่อสารในเด็ก(communicative performance) และเน้นความเป็นตัวของตัวเองเป็นอย่างมาก โดยมีบทเพลงของซูลแวร์ค ซึ่งมีรูปแบบของทำนองและจังหวะที่ถูกออกแบบอย่างที่เป็นตัวอย่างเพลงของเด็ก ซึ่งเรียบง่ายถูกกับจริตของเด็กเป็นธรรมชาติและมีการใช้ร่างกายประกอบเหมือนการเล่นของเด็ก

ดนตรีเบื้องต้นของออร์ฟได้รับการพัฒนามาจากข้อสรุปที่ว่า เด็กจะเป็นผู้แสดงถึงพัฒนาการทางดนตรีของมนุษยชาติ จากประสบการณ์และพัฒนาการทางดนตรีของเด็กเอง ประสบการณ์ดนตรีของเด็กจะเรียบง่าย เช่น การร้อง การท่องบท ร้องเล่น การกระทืบเท้า และตบมือ ในดนตรีเบื้องต้นนั้น การพูด การร้องเพลง และการเคลื่อนไหว ไม่สามารถแยกออกจากกัน แต่จะหลอมรวมกันเหมือนกับการแสดงออกทางดนตรีโดยธรรมชาติอันแท้จริงนั่นเอง ในระบบการสอนของออร์ฟ การสร้างสรรค์ (creativity) ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ทำไมต้องเป็นเครื่องดนตรีไซโลโฟน (Xylophone) ?

ดนตรีออร์ฟนั้นให้ความสำคัญกับเรื่องของจังหวะ ความคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้ที่สนุกสนานท้าทาย เหมาะสมกับพัฒนาการของช่วงวัย เครื่องดนตรีที่นํามาให้ เด็กๆ ใช้ในช่วงแรกเริ่มของการเรียนรู้ โดยเฉพาะกับ เด็กเล็กๆ จึงเป็นเครื่องดนตรีง่ายๆ อย่างเช่น เครื่องเคาะ จังหวะและเครื่องดนตรี ที่ให้ทํานอง เช่น กลอง ระนาดไม้ (Xylophone) และระนาดเหล็ก (Metallophone และ Glockspeils) โดยครูจะถอดโน้ตตัวฟาและทีออก เพื่อให้ระนาดมีโน้ตเพียง 5 ตัว คือ โด เร มี ซอล ลา เป็นกลุ่มตัวโน้ตที่เรียกว่า pentatonic mode ซึ่งจะให้เสียงที่ไพเราะ เมื่อเด็กตีก็จะไม่มีเสียงกระด้างอันเกิดจากโน้ตตัว ฟา และ ที ทำให้เด็กรู้สึกอย่างอิสระหลากหลายซึ่งเด็กๆ จะเรียนรู้ด้วยทัศนคติที่ดี มีความเชื่อมั่น และการกล้าที่จะแสดงออกในเชิงสร้างสรรค์ไปพร้อมกัน