วันที่ 22 สิงหาคม 2567 คณะครูและนักเรียนโรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครภูเก็ต ร่วมขบวนแห่งานประเพณีพ้อต่อศาลเจ้าเซ่งเต็กเบ้วกวนอิมไตซื่อ (ผ้อต่อก้งบางเหนียว) ประจำปี 2567 เพื่อประกอบพิธีไหว้องค์พ้อต่อก๊ง

เมื่อพูดถึงประเพณีพ้อต่อภูเก็ต เรื่องราวของการ ”แห่เต่า” ถือเป็นวีถีปฏิบัติสำคัญที่อยู่คู่กับประเพณีพ้อต่อมายาวนานนับตั้งแต่อดีต

การแห่เต่าเกิดขึ้นจากวิถีปฏิบัติของชาวเมืองภูเก็ตที่เมื่อถึงงานประเพณีพ้อต่อก็จะมีการนำเครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ ยกไปถวายยังศาลเจ้าหรือจุดศูนย์กลางชุมชนที่จัดงานพ้อต่อ เพื่ออุทิศเซ่นไหว้ดวงวิญญาณบรรพบุรุษและเหล่าวิญญาณไร้ญาติ ซึ่งหนึ่งในของไหว้สำคัญที่ขาดไม่ได้คือ “อังกู๊” และ “ตั่วกู๊” ขนมรูปเต่าสีแดงขนาด เล็ก-ใหญ่ ที่จะนำไปถวาย โดยเฉพาะศาลเจ้าผ้อต่อก้งซึ่งเป็นจุดใหญ่ที่จัดงานพ้อต่อ เพราะเชื่อว่าเป็นที่โปรดปรานขององค์ผ้อต่อก้งและเต่ายังเป็นสัตว์มงคลที่จะทำให้ผู้ถวายมีความโชดดี อายุยืนยาวตลอดถึงเป็นสื่อกลางในการนำของเซ่นไหว้ไปยังภพภูมิของดวงวิญญาณ ซึ่งนอกจากเต่าแล้วบางปีจะมีหมูสดตัวใหญ่ใส่คานหามร่วมขบวนไปยังศาลเจ้าอีกด้วย

การถวายขนมเต่าแดงนี้ มีความเชื่อสำคัญอยู่ข้อหนึ่งคือจะต้องถวายใหญ่ขึ้น หรือเพิ่มปริมาณขึ้นทุกปี เมื่อถวายต่อเนื่องกันหลายปีเข้า ทำให้เต่ามีขนาดใหญ่ขึ้นก็กลายเป็นวิถีปฏิบัติที่จะต้องรวมญาติพี่น้องและลูกหลานช่วยกันแบกหามไปยังศาลเจ้า

อีกส่วนหนึ่งก็มาจากนายเหมือง คหบดี ที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจตามที่บนบานศาลกล่าวไว้ เมื่อถึงช่วงประเพณีก็ทำขนมเต่าแดงตัวใหญ่รวบรวมลูกน้องตั้งขบวนแห่ไปยังศาลเจ้า ยิ่งขนมเต่าตัวใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ก็บ่งบอกถึงผลประกอบการที่โตขึ้นในปีนั้น ๆ เมื่อขบวนแห่เต่ามาจากหลากหลายที่ก็รวมกันเป็นขบวนใหญ่และกลายเป็นวิถีปฏิบัติที่ชาวภูเก็ตยึดถือสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน