ก่อนที่เด็กๆ จะได้เริ่มเรียนรู้ในเรื่องอุณหภูมิ คุณครูได้ทบทวนการเรียนรู้ในเรื่อง “ระบบย่อยอาหารของมนุษย์” โดยเด็กๆ ได้เรียนรู้ผ่านมาแล้วในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งระบบย่อยอาหาร เด็กได้เรียนรู้ตั้งแต่การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และเมื่อรับประทานอาหารแล้ว อาหารเดินทางอย่างไรในร่างกายของเรา โดยเริ่มต้นจากปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ หลังจากที่เด็กๆ ได้ทบทวนเรื่องระบบย่อยอาหารไปแล้ว ก็เริ่มต้นเข้าสู่บทเรียนเรื่อง “อุณหภูมิ” โดยที่ครูได้แบ่งกลุ่มให้กับเด็ก และเตรียมภาชนะที่ด้านในได้ใส่น้ำเย็นและน้ำอุ่นไว้ โดยเริ่มต้นให้เด็กเอามือจุ่มลงไปในน้ำเย็น หลังจากนั้นเอามือจุ่มลงไปในน้ำอุ่น เพื่อให้เด็กได้สัมผัสกับน้ำที่มีอุณหภูมิต่างกัน หลังจากที่เด็กๆ ได้สัมผัสน้ำเย็นและน้ำอุ่นด้วยมือไปแล้ว เด็กๆ ก็จะได้ใช้เครื่องมือในการวัดความร้อนและความเย็นนั่นก็คือ “เทอร์มอมิเตอร์” โดยให้เด็กได้นำเทอร์มอมิเตอร์จุ่มลงไปในภาชนะน้ำเย็นและสังเกตการไหลของปรอทด้วยในเทอร์มอมิเตอร์ ซึ่งเมื่อเด็กสังเกตการจุ่มเทอร์มอมิเตอร์ลงในน้ำเย็นพบว่าปรอทไหลลดลง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า “น้ำมีอุณหภูมิต่ำ” หลังจากนั้นเด็กๆ ก็นำเทอร์มอมิเตอร์ไปจุ่มลงในภาชนะน้ำอุ่นและสังเกตการไหลของปรอทในเทอร์มอมิเตอร์ พบว่า ปรอทไหลสูงขึ้น แสดงให้เห็นว่า “น้ำมีอุณหภูมิสูง” ซึ่งเด็กๆ ก็จะสรุปได้ว่า ในน้ำเย็นจะมีอุณหภูมิต่ำ และในน้ำอุ่นจะมีอุณหภูมิสูง และทดสอบโดยการน้ำอุ่นมาวัดกับเครื่องวัดอุณหภูมิ เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับอุณหภมูิในร่างกาย ซึ่งเด็กจะได้เรียนรู้ว่าอุณหภูมิร่างกายของคนเราปกติจะอยู่ที่ 35.4 – 37.4 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิร่างกาย 37.5 องศาเซลเซียส ขึ้นไปแสดงว่าเด็กๆ เริ่มมีไข้ หลังจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เด็กๆ ได้รับประทานไอศกรีม โดยทันตแพทย์ประวิทย์ วีรสัตยานนท์ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สนับสนุนไอศกรีมให้กับเด็กๆ ทุกคน ซึ่งในระหว่างนี้เด็กๆ ก็จะได้เรียนรู้วิธีการเก็บรักษาไอศกรีมไม่ให้ละลายจะต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำ ภาพเพิ่มเติม Categories: กิจกรรมนักเรียนสกู๊ปพิเศษ